V
By Vecta Solve 編集部 • Reviewed on 2026-08-10
Independent Comparison
目次 (表示/非表示)

ClickUp คืออะไร? ทำไมถึงช่วยในการบริหารงานทั้งระดับบุคคลและองค์กร ได้ครบวงจรในที่เดียว พร้อมรีวิว 23 ฟีเจอร์เด่น (Update 4.0 2026)

จะดีแค่ไหนถ้ามีเครื่องมือครอบจักรวาล ที่มาช่วยให้การทำงานของคุณไม่ว่าจะแบบส่วนตัวหรือเป็นทีม ก็ทำงานได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ โปร่งใส กำจัดเวลาสูญเปล่า (Waste Time) ต่างๆ ในการทำงานออกไป แถมยังช่วยให้การทำงานเป็นทีมราบรื่นขึ้นมาก ซึ่งเครื่องมือนี้มักถูกเรียกด้วยหลายชื่อ เช่น Productivity tool, Project management tool, Task management tool, Collaborative tool, หรือ Workflow management tool โดยเรียกตามคุณประโยชน์ในการใช้งาน ซึ่งครอบคลุมครบทุกแง่มุมในการทำงาน และ “ClickUp” ก็คือเครื่องมือซึ่งมีฟีเจอร์ครอบจักรวาลมากที่สุดในโลกตัวหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เวอร์ชั่น 4.0 แล้ว

แม้บริษัทคุณจะงานไม่เยอะจนต้องมีโอที หรือมีทีมขนาดเล็ก หรือคุณคือ Solopreneur (ผู้ประกอบการคนเดียว) หรือคุณจะเป็น Freelance ในยุคดิจิตอลที่เครื่องมือออนไลน์เปรียบเสมือนตัวช่วยในการแข่งขัน เจ้าเครื่องมือที่ชื่อว่า ClickUp ก็ยังมีประโยชน์มากมายเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ “คนงานน้อยควรใช้ คนงานเยอะต้องรีบใช้” ก็ว่าได้ครับ


ClickUp คืออะไร?

what clickup

ClickUp คือเครื่องมือครอบจักรวาลที่มาช่วยในการทำงานให้มี Productivity สูงขึ้น โดยการช่วยให้การทำงาน สะดวก รวดเร็ว สนุก แม่นยำ โปร่งใส กำจัดเวลาสูญเปล่า (Waste Time) ต่างๆ ในการทำงานออกไป และช่วยให้ทำงานเป็นทีมได้อย่างราบรื่น

ClickUp is an all-in-one productivity platform that works as an ideal place for teams to come together, brainstorm, plan, and collaborate on everything from process docs to product designs.
อ้างอิงจาก ClickUp

+Productivity คือการทำงานน้อยลง แต่ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือมากขึ้น

อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่า ClickUp มีคุณประโยชน์หลายด้านตามเกริ่นนำ แต่ถ้าให้เลือกคุณสมบัติหลักๆ ก็คือ Productivity tools (เครื่องมือสำหรับช่วยเพิ่ม Productivity ในการทำงาน), Project management tools (เครื่องมือหรือซอฟต์แวร์สำหรับจัดการโครงการ) หรือ Task management tools (เครื่องมือหรือซอฟต์แวร์สำหรับจัดการงาน) ซึ่งทั้ง 3 คุณสมบัติมาช่วยจัดการสิ่งที่คุณต้องเจอในทุกๆ วัน คืองานหรือโครงการ และทีมงาน

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน คำว่า Tool, Platform, Software, Program หรือ Application ล้วนคือคำที่มักใช้เรียกเครื่องมือหรือโปรแกรมออนไลน์ ดังนั้น ผมขอใช้คำเหล่านี้เรียกแทนกันนะครับ

แต่ถ้าพูดถึงคุณสมบัติทั้งหมดแล้ว ClickUp เทียบเท่ากับการรวมเครื่องมือหรือแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานหลายๆ ตัวเข้ามาไว้ในตัวเดียว ซึ่งสามารถยกตัวอย่างคุณสมบัติเพิ่มเติมจาก 2 คุณสมบัติหลักข้างต้น ได้อีกดังนี้

  • Collaborative tools - เครื่องมือสำหรับการทำงานร่วมกันแบบเรียล์ไทม์
  • Agile tools - เครื่องมือสำหรับช่วยในการทำงานตามหลัก Agile และการนำแนวคิดนี้ไปใช้งานจริงจะมีวิธีการยอดนิยม เช่น Lean, Scrum, และ Kanban ซึ่งถ้าใช้ ClickUp สามารถใช้ได้ทั้งวิธีการยอดนิยมเหล่านี้เลย
  • Workflow Management tools - เครื่องมือสำหรับจัดการกระบวนการและขั้นตอนการทำงาน
  • Communication tools - เครื่องมือสำหรับการสื่อสารในการทำงาน
  • Time Tracking tools - เครื่องมือสำหรับจับเวลาทำงาน ประมาณเวลาทำงาน
  • Resource Management tools - เครื่องมือสำหรับกระจายงานและแบ่งสรรงาน
  • Knowledge Management tools - เครื่องมือจัดการข้อมูลและความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร

ประวัติความเป็นมาของ ClickUp

ClickUp ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงต้นปี 2017 โดย Zeb Evans (ปัจจุบันตำรงตำแหน่ง CEO) และ Alex Yurkowski (ปัจจุบันตำรงตำแหน่ง CTO) โดยทำหน้าที่เป็นซอฟต์แวร์สำหรับเพิ่ม Productivity และใช้ในการทำงานร่วมกัน (Collaboration and Productivity Software) เพื่อใช้กันเองในบริษัทของพวกเขาเท่านั้น

และในช่วงปลายปี 2017 พวกเขาก็ได้เปิดให้คนภายนอกได้ใช้บริการ

เป้าหมายของ ClickUp คือ “One app replace them all” (แอปเดียวแทนทุกแอป แอปเดียวครองพิภพ)

พันธกิจของ ClickUp คือ “Save people time by making the world more productive”

คำขวัญของ ClickUp คือ “Save one day every week.”

ปัจจุบัน ClickUp พัฒนามาแล้ว 4 เวอร์ชั่น โดยปลายปี 2025 ได้เปิดให้ใช้งานเวอร์ชั่นล่าสุดคือ ClickUp 4.0 ที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพครั้งใหญ่อีกครั้ง

ปัจจุบัน ClickUp ติด Top 3 Project Management Software ระดับโลกโดย Forbes